💡
Meaning :
Meaning:
circulation
"Circulation" เป็นคำนามภาษาอังกฤษที่มีหลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค
💡
1. การไหลเวียนของเลือด
- หมายถึง การเคลื่อนที่ของเลือดไปรอบๆ ร่างกาย
- ตัวอย่างประโยค:
- Exercise is important for maintaining good blood circulation. (การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาการไหลเวียนของเลือดที่ดี)
- She had poor circulation in her legs due to diabetes. (เธอมีเลือดไหลเวียนไม่ดีที่ขาเนื่องจากโรคเบาหวาน)
💡
2. การไหลเวียนของข้อมูล
- หมายถึง การแลกเปลี่ยนข้อมูล เงิน ฯลฯ จากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งในกลุ่มหรือสังคม
- ตัวอย่างประโยค:
- Rumours about the scandal were in wide circulation. (ข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง)
- The company recalled the product from circulation after reports of safety concerns. (บริษัทเรียกคืนผลิตภัณฑ์จากการจำหน่ายหลังจากมีรายงานเกี่ยวกับความกังวลด้านความปลอดภัย)
💡
3. จำนวนการพิมพ์
- หมายถึง จำนวนสำเนาเฉลี่ยของหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่มักจะขายได้ในแต่ละวัน สัปดาห์ เดือน ฯลฯ
- ตัวอย่างประโยค:
- The magazine has a circulation of over one million. (นิตยสารฉบับนี้มีจำนวนการพิมพ์มากกว่าหนึ่งล้านเล่ม)
- The newspaper's circulation has declined in recent years. (จำนวนการพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา)
💡
4. การไหลเวียนของของเหลว อากาศ ฯลฯ
- หมายถึง การเคลื่อนที่ของของเหลว อากาศ ฯลฯ ในระบบ
- ตัวอย่างประโยค:
- The air conditioning system helps to maintain good circulation in the house. (ระบบปรับอากาศช่วยให้การไหลเวียนของอากาศในบ้านดีขึ้น)
- The plumber checked the circulation of the water heater. (ช่างประปาตรวจสอบการไหลเวียนของน้ำร้อนในเครื่องทำน้ำร้อน)
💡
5. อยู่/ไม่อยู่ในสังคม
- หมายถึง เมื่อมีคนเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมในช่วงเวลาหนึ่ง
- ตัวอย่างประโยค:
- She's been out of circulation since her breakup. (เธอไม่ค่อยได้เข้าสังคมตั้งแต่เลิกรากับแฟน)
- We're planning a get-together to catch up with everyone who's been out of circulation. (เรากำลังวางแผนงานสังสรรค์เพื่อพบปะผู้คนทุกคนที่ไม่ได้เข้าสังคม)
💡
เพิ่มเติม:
- circulate: เคลื่อนที่ ไหลเวียน แพร่กระจาย
- circulatory: เกี่ยวกับระบบไหลเวียน
- circulation system: ระบบไหลเวียน
Circulation
🔮 รายละเอียดเพิ่มเติม (ย่อ - ขยาย ) ---- > Click
อธิบายคำศัพท์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของอากาศ1. กระแสอากาศ (a current of air)
- หมายถึง การเคลื่อนที่ของอากาศที่มีลักษณะเป็นแนวต่อเนื่อง มักเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิหรือความกดอากาศ
- ตัวอย่างประโยค:
- ภาษาไทย: นักบินต้องคำนึงถึง กระแสอากาศ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อควบคุมเครื่องบิน (A current of air can change rapidly, so pilots must be constantly aware of them to control their aircraft.)
- ภาษาอังกฤษ: The hot air current rose above the campfire, carrying smoke with it. (A current of air ร้อนๆ ลอยขึ้นเหนือกองไฟ พาควันควันไปด้วย)
2. การไหลของอากาศ (the flow of air)
- หมายถึง การเคลื่อนที่ของอากาศโดยทั่วไป มักเกิดจากแรงผลักดันหรือแรงดึงดูด
- ตัวอย่างประโยค:
- ภาษาไทย: การไหลของอากาศ ผ่านป่าช่วยให้ต้นไม้ได้รับออกซิเจน (The flow of air through the forest allows trees to receive oxygen.)
- ภาษาอังกฤษ: The engineer carefully designed the vents to optimize the flow of air in the building. (วิศวกรออกแบบช่องระบายอากาศอย่างรอบคอบเพื่อปรับให้ การไหลของอากาศ ในอาคารมีประสิทธิภาพ)
3. การหมุนเวียนของอากาศ (the circulation of air)
- หมายถึง การเคลื่อนที่ของอากาศแบบวนซ้ำ เกิดจากกลไกทางธรรมชาติ เช่น แรงกดอากาศ ความร้อน แรงดึงดูดของโลก
- ตัวอย่างประโยค:
- ภาษาไทย: การหมุนเวียนของอากาศ ในชั้นบรรยากาศช่วยควบคุมอุณหภูมิของโลก (The circulation of air in the atmosphere helps to regulate the Earth's temperature.)
- ภาษาอังกฤษ: Ocean currents play a vital role in the circulation of air and water around the globe. (กระแสน้ำในมหาสมุทรมีบทบาทสำคัญใน การหมุนเวียนของอากาศ และน้ำทั่วโลก)
4. ช่องทางการไหลของอากาศ (the passage of air)
- หมายถึง ช่องทางหรือเส้นทางที่อากาศไหลผ่าน มักเป็นช่องทางธรรมชาติหรือที่มนุษย์สร้างขึ้น
- ตัวอย่างประโยค:
- ภาษาไทย: ถ้ำนี้มี ช่องทางการไหลของอากาศ ที่ดี จึงไม่รู้สึกอึดอัด (This cave has good air passages, so it doesn't feel stuffy.)
- ภาษาอังกฤษ: The architect designed the building with air passages to ensure proper ventilation. (สถาปนิกออกแบบอาคารที่มี ช่องทางการไหลของอากาศ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม)
หมายเหตุ: คำศัพท์เหล่านี้มีความหมายใกล้เคียงกัน แต่มีความแตกต่างเล็กน้อยในแง่ของความหมายและการใช้งาน การเลือกใช้คำศัพท์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค