💡
Meaning :
Meaning:
คำว่า "ambiguous"
ความหมาย:
- กำกวม คลุมเครือ ตีความได้หลายทาง
- ไม่ชัดเจน ไม่แจ่มแจ้ง
- ยากที่จะเข้าใจ
การใช้คำว่า "ambiguous":
- ใช้กับคำ: ambiguous word, ambiguous sentence, ambiguous meaning
- ใช้กับประโยค: The sentence is ambiguous. The meaning of the law is ambiguous.
- ใช้กับสถานการณ์: The situation is ambiguous.
💡
Examples:
Examples:
ตัวอย่างประโยค:
- ประโยคนี้มีความหมายกำกวม (This sentence is ambiguous.)
- คำพูดของเขาคลุมเครือ (His words were ambiguous.)
- กฎหมายข้อนี้ตีความได้หลายทาง (This law is ambiguous.)
คำที่ใช้แทน "ambiguous":
- vague
- unclear
- indefinite
- obscure
- doubtful
สำนวนที่ใช้ "ambiguous":
- leave something open to interpretation: ปล่อยให้ตีความได้หลายทาง
- be ambiguous about something: พูดคลุมเครือเกี่ยวกับอะไรบางอย่าง
ตัวอย่างเพิ่มเติม:
- คำตอบของเธอไม่ชัดเจน (Her answer was ambiguous.)
- อนาคตของบริษัทยังไม่แน่นอน (The company's future is ambiguous.)
- รัฐบาลพูดคลุมเครือเกี่ยวกับแผนการของพวกเขา (The government is being ambiguous about their plans.)
💡
คำพ้องความหมาย
คำพ้องความหมาย: อธิบายความแตกต่างและวิธีการใช้
1. กลุ่มคำที่สื่อถึง "ความคลุมเครือ"
- Ambiguous: หมายถึง คลุมเครือ ไม่ชัดเจน มีความหมายหลายอย่าง มักใช้กับคำพูด ข้อความ หรือ สถานการณ์ที่ตีความได้หลายทาง เช่น คำถามที่คลุมเครือ หรือ กฎหมายที่คลุมเครือ
- Equivocal: หมายถึง ไม่ชัดเจน ไม่แน่ใจ ไม่มั่นคง มักใช้กับคำพูด ความคิด หรือ ทัศนคติที่ไม่ชัดเจน ไม่แน่ใจ เช่น คำตอบที่ไม่ชัดเจน หรือ ทัศนคติที่ไม่แน่ใจ
- Ambivalent: หมายถึง รู้สึกทั้งสองอย่างพร้อมกัน รู้สึกทั้งรักทั้งเกลียด หรือ รู้สึกทั้งอยากได้และไม่อยากได้ มักใช้กับความรู้สึกหรือทัศนคติที่ขัดแย้งกัน เช่น รู้สึกทั้งรักทั้งเกลียดแฟน หรือ รู้สึกทั้งอยากได้งานใหม่แต่กลัวการเปลี่ยนแปลง
- Open to debate หมายถึง เป็นเรื่องที่สามารถถกเถียงกันได้ มีเหตุผลทั้งสองฝ่าย มักใช้กับประเด็นหรือหัวข้อที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เช่น ประเด็นทางการเมือง หรือ ประเด็นทางปรัชญา
2. กลุ่มคำที่สื่อถึง "ความลึกลับ"
- Delphic: หมายถึง ลึกลับ ยากเข้าใจ มักใช้กับคำพูดหรือพยากรณ์ที่ยากเข้าใจ ไร้เดียงสา เช่น คำทำนายของเทพเจ้าอพอลโล
- Cryptic: หมายถึง ลึกลับ ซ่อนนัย ยากเข้าใจ มักใช้กับข้อความหรือรหัสที่ซ่อนความหมายไว้ เช่น ข้อความลับของสายลับ
- Enigmatic: หมายถึง ลึกลับ น่าสงสัย ยากเข้าใจ มักใช้กับบุคคล สิ่งของ หรือ สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยปริศนา เชเช่น บุคคลที่ไม่เปิดเผยตัวตน หรือ สถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน
- Gnomic: หมายถึง ลึกลับ แฝงนัยยะ มีความหมายลึกซึ้ง มักใช้กับคำพูดหรือสุภาษิตที่สั้นแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง เช่น สุภาษิตโบราณ
- Paradoxical: หมายถึง ขัดแย้งกันเอง ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ มักใช้กับประโยคหรือความคิดที่ขัดแย้งกันเอง เช่น "ยิ่งมีน้อย ยิ่งได้มาก"
- Misleading: หมายถึง ชวนให้เข้าใจผิด ทำให้สับสน มักใช้กับข้อมูล ข้อความ หรือ คำพูดที่ทำให้เข้าใจผิด
3. กลุ่มคำที่สื่อถึง "ความไม่ชัดเจน"
- Obscure: หมายถึง ไม่ชัดเจน ยากเข้าใจ มักใช้กับคำพูด ข้อความ หรือ เรื่องราวที่ไม่ชัดเจน เข้าใจยาก เช่น บทกวีสมัยโบราณ
- Unclear: หมายถึง ไม่ชัดเจน ไม่แน่ใจ ไม่เข้าใจ มักใช้กับคำพูด ข้อความ หรือ สถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน ไม่แน่ใจ เช่น คำแนะนำที่ไม่ชัดเจน
- Vague: หมายถึง คลุมเครือ ไม่ชัดเจน ไม่ละเอียด มักใช้กับคำพูด ข้อความ หรือ สถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน ไม่ละเอียด เช่น คำตอบที่ไม่ชัดเจน
- Abstruse: หมายถึง ลึกซึ้ง ยากเข้าใจ มักใช้กับแนวคิด ทฤษฎี หรือ ข้อความที่ลึกซึ้ง ยากเข้าใจ เช่น ทฤษฎีทางฟิสิกส์
- Puzzling/Perplexing: หมายถึง น่าสงสัย ชวนให้คิด มักใช้กับสถานการณ์ ปัญหา หรือ เรื่องราวที่น่าสงสัย ชวนให้คิดหาคำตอบ เช่น ปริศนาฆาตกรรม
- Riddling: หมายถึง เป็นปริศนา ชวนให้ไข มักใช้กับคำพูดหรือสถานการณ์ที่เป็นปริศนา ชวนให้ไข เช่น คำถามปริศนา
4. กลุ่มคำที่สื่อถึง "ความสองแง่มุม"
- Double-edged: หมายถึง มีสองแง่มุม มีทั้งดีและไม่ดี มักใช้กับสิ่งของ สถานการณ์ หรือ ผลลัพธ์ที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี เช่น เทคโนโลยีที่มีทั้งประโยชน์และโทษ
- Backhanded: หมายถึง ประจบสอพลอ แฝงนัยยะเสียดสี มักใช้กับคำชมหรือคำพูดที่ประจบสอพลอ แต่แฝงนัยยะเสียดสี