On this page

Ascribe /əˈskraɪb/ (เออะ-สไครบฺ)
ประเภทคำ: คำกริยา (Verb)
รากฐานและความหมายดั้งเดิม (Etymology):
คำว่า "ascribe" มีรากฐานมาจากภาษาละติน คือคำว่า ascribere ซึ่งเกิดจากการรวมกันของ:
- อุปสรรค (prefix) ad-: หมายถึง "ไปยัง" (to)
- รากศัพท์ scribere: หมายถึง "เขียน" (to write)
ดังนั้น ความหมายตามตัวอักษรของ ascribere คือ "เขียนไปยัง" หรือ "บันทึกว่าเป็นของ" ซึ่งสะท้อนถึงความหมายในปัจจุบันที่เกี่ยวกับการระบุหรือกำหนดให้บางสิ่งเป็นของ หรือเกิดจากใครหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ความหมายและการประยุกต์ใช้ (Meaning and Application):
ความหมายหลักของ "ascribe" คือ การให้เหตุผลว่า (บางสิ่ง) เกิดจาก..., การอ้างว่าเป็นของ..., การถือว่าเป็นผลมาจาก..., หรือ การระบุว่าเป็นผู้สร้าง/เจ้าของ... (To regard something as being caused by, belonging to, or possessed by someone or something; to attribute).
คำกริยานี้มักใช้ในโครงสร้าง ascribe [something] to [someone/something] กล่าวคือ ระบุว่าสิ่งหนึ่ง (something) เป็นผลมาจาก หรือเป็นของ บุคคล/สาเหตุ/แหล่งที่มา (someone/something)
- ตัวอย่าง (การให้เหตุผล/สาเหตุ): "They ascribed their success to teamwork and dedication." (พวกเขาให้เหตุผลว่าความสำเร็จของพวกเขาเกิดจากการทำงานเป็นทีมและความทุ่มเท)
- ตัวอย่าง (การระบุแหล่งที่มา/ความเป็นเจ้าของ): "This play is usually ascribed to Shakespeare, although some scholars disagree." (บทละครนี้โดยทั่วไปเชื่อกันว่าเป็นของเชกสเปียร์ แม้ว่านักวิชาการบางคนจะไม่เห็นด้วยก็ตาม)
- ตัวอย่าง (การระบุคุณสมบัติ): "Ancient cultures often ascribed magical powers to certain stones." (วัฒนธรรมโบราณมักเชื่อว่าหินบางชนิดมีพลังวิเศษ)
- ตัวอย่าง (การระบุแรงจูงใจ): "It's often unfair to ascribe selfish motives to people's actions without knowing the full story." (บ่อยครั้งที่ไม่ยุติธรรมที่จะด่วนสรุปว่าการกระทำของผู้คนมีแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัวโดยไม่ทราบเรื่องราวทั้งหมด)
ตระกูลคำศัพท์ (Word Family):
- Ascription (Noun): การอ้างเหตุผล, การระบุแหล่งที่มา, การถือว่าเป็นของ
- ตัวอย่าง: "The ascription of the poem to an unknown author remains controversial." (การระบุว่าบทกวีนี้เป็นของนักเขียนนิรนามยังคงเป็นที่ถกเถียง)
- Ascribable (Adjective): ซึ่งสามารถให้เหตุผลได้ว่าเกิดจาก, ซึ่งสามารถอ้างว่าเป็นของ (+ to)
- ตัวอย่าง: "The increase in sales is directly ascribable to the new marketing campaign." (ยอดขายที่เพิ่มขึ้นสามารถถือว่าเป็นผลโดยตรงมาจากแคมเปญการตลาดใหม่)
คำพ้องความหมายและกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกัน (พร้อมตัวอย่างประโยค) (Synonyms and Collocations with Examples):
คำเหล่านี้มีความหมายใกล้เคียง แต่มีนัยยะหรือการใช้งานที่ต่างกันเล็กน้อย:
- Attribute: (คำพ้องความหมายที่ใกล้เคียงที่สุด) ให้เหตุผลว่าเกิดจาก, ถือว่าเป็นของ
- Collocations:
attribute success/failure to...,attribute a quote to...,attribute characteristics to... - ตัวอย่าง: "We attribute our company's growth to effective leadership and innovation." (เราถือว่าการเติบโตของบริษัทเป็นผลมาจากภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพและนวัตกรรม)
- Collocations:
- Assign: มอบหมาย (งาน, ความรับผิดชอบ), กำหนดให้ (บางครั้งใช้ในความหมายคล้าย ascribe โดยเฉพาะการระบุสาเหตุเชิงลบ)
- Collocations:
assign blame to...,assign responsibility to...,assign a task to... - ตัวอย่าง: "The committee was reluctant to assign blame to any single individual." (คณะกรรมการลังเลที่จะระบุว่าใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ)
- Collocations:
- Credit: ให้ความดีความชอบ, ถือว่า...เป็นผู้ทำ (มักใช้ในเชิงบวก)
- Collocations:
credit someone with a discovery/invention,credit the victory to... - ตัวอย่าง: "Marie Curie is credited with discovering radium." (มารี คูรี ได้รับเกียรติว่าเป็นผู้ค้นพบเรเดียม)
- ตัวอย่าง: "The coach credited the team's win to their hard work." (โค้ชให้ความดีความชอบสำหรับชัยชนะของทีมแก่การทำงานหนักของพวกเขา)
- Collocations:
- Impute: กล่าวหาว่ามี (คุณสมบัติ, แรงจูงใจ - มักในเชิงลบหรือไม่พึงประสงค์), ป้ายความผิดให้
- Collocations:
impute motives to...,impute blame to... - ตัวอย่าง: "Critics unfairly imputed dishonest motives to the politician's actions." (นักวิจารณ์กล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมว่าการกระทำของนักการเมืองมีแรงจูงใจที่ไม่ซื่อสัตย์)
- Collocations:
- Connect: เชื่อมโยง (ความหมายกว้างกว่า)
- Collocations:
connect the result to the cause,connect symptoms to an illness - ตัวอย่าง: "Researchers connect the rise in allergies to environmental factors." (นักวิจัยเชื่อมโยงการเพิ่มขึ้นของโรคภูมิแพ้กับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม)
- Collocations:
- Blame: ตำหนิ, โทษว่าเป็นสาเหตุ (เชิงลบ - สังเกตว่ามักใช้กับบุพบท 'on' หรือ 'for')
- Collocations:
blame the accident on...,blame someone for... - ตัวอย่าง: "Don't blame your mistakes on others." (อย่าโทษความผิดพลาดของคุณว่าเป็นเพราะคนอื่น)
- ตัวอย่าง: "He was blamed for the project's failure." (เขาถูกตำหนิว่าเป็นสาเหตุของความล้มเหลวของโครงการ)
- Collocations:
คำตรงข้าม/แนวคิดที่เกี่ยวข้อง (พร้อมตัวอย่างประโยค) (Antonyms/Related Concepts with Examples):
แนวคิดตรงข้ามกับการ "ascribe" คือการปฏิเสธความเชื่อมโยง หรือการไม่ระบุสาเหตุ/แหล่งที่มา:
- Deny attribution/connection: ปฏิเสธว่าเป็นผลมาจาก/เป็นของ
- ตัวอย่าง: "The company denied any connection to the environmental damage." (บริษัทปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆ กับความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม)
- Dissociate: แยกออกจากกัน, ไม่เชื่อมโยง (
dissociate [X] from [Y])- ตัวอย่าง: "We must learn to dissociate constructive criticism from personal attacks." (เราต้องเรียนรู้ที่จะแยกแยะคำวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ออกจากการโจมตีส่วนบุคคล)
- Exonerate / Absolve: ทำให้พ้นจากข้อกล่าวหา/ความผิด (ถ้า ascribe ใช้ในบริบทของการกล่าวโทษ) (
exonerate [someone] from blame)- ตัวอย่าง: "Subsequent investigations exonerated the initial suspect from any wrongdoing." (การสืบสวนในภายหลังพิสูจน์ว่าผู้ต้องสงสัยรายแรกพ้นจากการกระทำผิดใดๆ)
สำนวนและวลีที่เกี่ยวข้อง (Related Idioms and Expressions):
ไม่มีสำนวนที่ใช้คำว่า "ascribe" โดยตรงที่ใช้กันแพร่หลาย แต่รูปแบบการใช้ที่สำคัญคือโครงสร้าง ascribe [something] to [someone/something] ซึ่งเป็นหัวใจของการใช้คำนี้
ข้อสังเกตทางไวยากรณ์ (Grammar Notes):
- "Ascribe" เป็นคำกริยาที่ต้องการกรรม (Transitive Verb) คือ สิ่งที่ถูกระบุสาเหตุ/แหล่งที่มา (the object)
- โดยทั่วไปต้องตามด้วยบุพบทวลี (prepositional phrase) ที่ขึ้นต้นด้วย "to" เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นถูกระบุว่าเป็นของใคร หรือเกิดจากอะไร (the recipient/cause)
- โครงสร้างประโยค:
ประธาน + ascribe + กรรม + to + ผู้รับ/สาเหตุ- ตัวอย่าง:
Historians ascribe the invention to him.
- ตัวอย่าง: